Showing posts with label บ้านมือสอง. Show all posts
Showing posts with label บ้านมือสอง. Show all posts

Sunday, October 24, 2010

ข้อแนะนำซื้อบ้านมือสอง


ข้อแนะนำซื้อบ้านมือสอง

ซื้อบ้านมือสอง…ต่อรองราคาได้

ซื้อบ้านมือสอง…ต่อรองราคาได้

โดยทั่วไปผู้ซื้อบ้านจะมีการต่อรองราคาเพื่อให้ได้ราคาที่ตนเองพอใจมากที่สุดและในเงื่อนไขที่มีเหตุผล แต่ไม่มีกฎตายตัวในการเสนอราคาซื้อ ตามปกติผู้ซื้อต้องการบ้านที่มีคุณภาพและผู้ขายต้องการราคาที่ดี 

ฉะนั้น การเจรจาต่อรองจึงมีปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นต้นว่า ผู้ขายกำลังเปลี่ยนงานจึงต้องการขาย
โดยเร็วหรือผู้ซื้อต้องการบ้านที่มีลักษณะการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์หลังจากดูบ้านแล้วให้สอบถามเปรียบ-เทียบราคา และปรึกษาพนักงานขายก็จะรู้ราคาบ้านในท้องตลาด สำคัญที่ว่ามีเงินพอไหม แล้วจึงยื่นใบเสนอซื้อในราคาที่ท่านคิดว่าเป็นธรรม 

ทั้ง “ผู้ซื้อ” และ ”ผู้ขาย” มักจะต่อรองเรื่องราคา หากทั้งสองฝ่ายยอมลดเงื่อนไขลงมาก็จะสามารถตกลงทำสัญญาได้ในที่สุด

ถ้าผู้ซื้อและผู้ขายตกลงซื้อขายกันเองโดยไม่ผ่านตัวแทนนั้น ปัญหาอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอก็คือการเจรจาต่อรอง เพราะทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างฝ่ายก็ไม่ยอมกัน และก็มักจะไม่เกิดการซื้อขายตามมาแต่ถ้ามีตัวแทนเข้ามาและเป็นผู้แทนในการเจรจาต่อรอง ระหว่างและผู้ขายแล้ว ความยืดหยุ่นหนักผ่อนเบาก็จะมีมากขึ้น และก็มักจะลงเอยด้วยความสำเร็จแทบทุกครั้ง

สิ่งแรกที่ผู้ซื้อควรจะปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การต่อรองราคาคือ กำหนดทำเลที่ต้องการซื้อ ประเภทบ้าน ระดับราคา แล้วเลือกข้อมูลออกมา เดินทางไปดูบ้านจริง ต้องลงรายละเอียดเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกันได้ เมื่อเปรียบ-เทียบได้ ก็ง่ายในการเจรจาต่อรอง เพราะมีเหตุมีผลรองรับ 

อย่าลืมว่า การต่อราคาเพื่อซื้อ หากไม่ต้องการซื้อก็ผ่านเลยไป การไปดูบ้านครั้งแรกยังไม่ต้องต่อรองราคา แต่เป็นการเก็บข้อมูลและสอบถามว่าจะลดให้ได้สักเท่าไหร่ ก็ไม่น่าเกลียดแต่ประการใด

รายละเอียดที่ควรจดจำ ได้แก่ ระยะทางจากถนนใหญ่ หรือซอยใหญ่ของบ้านแต่ละหลังโดยประมาณ,พื้นที่ดิน, พื้นที่ใช้สอยของตัวบ้าน, จำนวนห้องนอน ห้องน้ำและสัดส่วนใช้สอยอื่นๆ, พื้นที่ว่างหน้าบ้านหลังบ้าน, การตกแต่งต่อเติมต่าง ๆ, สภาพหลังคา หน้าต่าง ประตู กันสาดต่าง ๆ สภาพโดยรวม และปัญหาที่พบเห็นรวมทั้งที่อาจจะมีหากมีแผนการตกแต่งต่อเติมหรือตัดออกอย่างไรก็ใส่ไปด้วย

เมื่อลงรายละเอียดเหล่านี้แล้วก็ตามด้วย ราคาเสนอขาย ยิ่งมีรายละเอียดมาก ยิ่งสามารถมีจุดต่อรองราคาได้มากขึ้น

สุดท้ายที่ควรพิจารณาก็คือ ใครเป็นคนขายบ้านหลังนั้น บริษัทนายหน้าขายบ้าน นายหน้าขายบ้านแบบบุคคลหรือเจ้าของขายเอง เพราะมีผลในการต่อรองราคาแตกต่างกัน

ในการเจรจาต่อรองราคาซื้อบ้านพร้อมอยู่ เมื่อมีข้อมูลปูมหลังของบ้านหลังนั้นๆ และสภาพแวดล้อมต่างๆพร้อมมูล ถือได้ว่ามีความพร้อมในการเจรจาต่อรองแล้วขั้นหนึ่ง นั่นคือพิจารณาตามความเหมาะสมของราคาตั้งขายและเมื่อเสริมด้วยการรู้ถึงความจำเป็น ความต้องการของผู้ขายแล้ว จะช่วยให้การเจรจามีความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น

จากนั้นก็ทบทวน จัดอันดับความต้องการ ความจำเป็นของตนเอง ความจำเป็นของผู้ต้องการซื้อบ้านต่อบ้านหลังนั้นที่หมายปอง ทั้งนี้เพื่อจะได้ใช้ประกอบการเจรจาต่อรองอย่างตรงไปตรงมา เป็นการซื้อขายกันอย่างฉันท์มิตร อันจะทำให้ราคาที่พร้อมจะซื้อกับราคาตั้งขายเดินทางมาพบกันได้

บ่อยครั้งที่การซื้อบ้านพร้อมอยู่ อาจจะไม่ต้องต่อรองราคาเลยก็ได้ หากผู้ซื้อพอใจกับสินค้าและราคาตั้งขาย แต่ถ้าอยากต่อรองราคา ให้กำหนดวิธีการเจรจาไว้ให้เลือกหลาย ๆ ทาง ดังนี้ คือ

ทางแรก พอใจทั้งบ้านและราคา แต่ขอต่อรองนิดหน่อย ได้ก็ซื้อไม่ได้ก็ซื้อ ต่อรองนิดหน่อยตรงนี้ ใช้วิธีตัดเศษส่วนเกินออกให้เลือก ตัวเลขกลม ๆ เช่น 1.23 ล้านบาท (หนึ่งล้านสองแสนสามหมื่นบาท) ก็เป็นเรื่องธรรมดามากที่จะต่อเหลือเพียงหนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน การต่อรองนิดหน่อยอาจจะต่อให้ถูกลงสัก 3% บ้านราคา 1.23 ล้านบาท จะต่อรองเหลือ 1.19 ล้านบาท

เมื่อรู้พื้นฐานความต้องการของตนเองอย่างตรงกับข้อเท็จจริงดังกล่าว เวลาจะเจรจาต่อรองก็ง่ายขึ้น เพราะจะรู้จุดมุ่ง-หมายที่จริงแท้ของตนเองว่า ต้องการซื้อมากน้อยเพียงใด เพราะบ้านพร้อมอยู่ที่เสนอขายนั้นผู้ซื้อเป็นฝ่ายเลือกทำเลประเภทและราคา

ในขั้นต้น ก่อนที่จะมีการเจรจากันในขั้นต่อไป ผู้ขายย่อมตระหนักเท่าทันว่า “ผู้ซื้อสนใจ” มิฉะนั้นจะมาต่อรองราคาทำไมให้เสียเวลาอันมีค่า ในขณะเดียวกันผู้ซื้อก็ทันกันว่า เจ้าของต้องการขาย มิฉะนั้นจะมาประกาศขายให้คนเขารู้กันทั่วทำไม 

“ความเหมาะสมของราคา” ว่าไปแล้วก็อยู่ที่ความพึงพอใจร่วมกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย แม้ว่าโดยทั่วไป ราคาเสนอซื้อมักจะต่ำกว่าราคาเสนอขายมาโดยตลอดก็ตาม

การต่อรองราคาในสินค้าที่ผู้ซื้ออยากได้นั้น เป็นจุดสำคัญที่จะต้องทำให้สำเร็จ เพราะอยากได้จึงทำให้การต่อรองราคาไม่เข้มข้น และมักจะไม่กล้าหาญต่อรองราคากับสินค้าที่อยากได้เท่าไหร่ ในที่สุดก็จะเกิดสภาพที่ซื้อสินค้าที่ยังไม่ต้องการใช้ในราคาที่ต่ำแ ละซื้อสินค้าที่ต้องการใช้ในราคาที่สูงเกิน

ข้อแนะนำการซื้อบ้านอีกประการ คือ ควรหาให้ได้ประมาณ 5 หลัง เป็นอย่างน้อย และจัดอันดับให้เรียบร้อยว่าชอบหลังไหนมากกว่า การต่อรองก็ตามความเป็นจริง สภาพตัวบ้านโดยรวม และรายละเอียดเฉพาะจุด รวมไปถึงภาระในการตกแต่ง ซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

จากนั้นก็ควรพิจารณาว่าผู้ขายคิดสัดส่วนกำไรเท่าไหร่ เช่น เจ้าของขายเองจะขอกำไรสักสองแสนบาทหลังจากปลดหนี้แบงก์แล้ว หรือขอแค่เสมอตัวกับค่าเสียเวลาสักหมื่นสองหมื่นบาท 

ในกรณีซื้อผ่านนายหน้า ลองโทรศัพท์สอบถามในลักษณะอยากจะเป็นผู้ขายบ้าน โดยเอาข้อมูลของบ้านที่จะซื้อหลังนั้นไปขอใช้บริการจากอีกบริษัทหนึ่งดู ถือว่าเป็นการแสวงหาข้อมูล เพราะแต่ละบริษัทประเมินราคาบ้านและค่าธรรมเนียมการฝากขายต่างกันบ้างเล็กน้อย

ข้อควรจำ ก็คือ ปกติการตั้งราคาขายก็มักจะเผื่อไว้ลดราคาอยู่บ้าง จะเผื่อมากหรือน้อยเท่านั้นเอง 

การหาซื้อบ้านหลายหลังในครั้งเดียว ดูเหมือนจะสร้างความยุ่งยากและเหน็ดเหนื่อยให้กับผู้ซื้อ แต่สำหรับประโยชน์ที่ได้รับมีความคุ้มค่า เพราะการต่อรองราคาบ้านนั้นมีบ้านหลังอื่นไว้เปรียบเทียบอยู่ในใจแล้วต่อรองราคาเมื่อซื้อบ้านมือสอง ต้องมีบ้านไว้เผื่อเลือก ยิ่งต้องการซื้อเร็ว ควรมีให้มากหลังที่เลือกไว้ตั้งแต่ตอนหาข้อมูลและดูตัวบ้าน เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสซื้อบ้านมือสองที่ต้องการได้

หากต่อรองราคาบ้านที่ต้องการซื้อจนได้ราคาที่พอใจแล้ว อย่าประมาท เพราะอาจไม่ได้บ้าน ทั้งนี้ในการซื้อขายนั้น การตกลงด้วยวาจาว่าจะซื้อหรือจะขายนั้นแทบไม่มีความหมายอันใด ถ้าจะเพิ่มความแน่นอนมากขึ้น ต้องทำสัญญาจองวางมัดจำไว้ก่อน 

ประโยชน์ของผู้ซื้อ คือ ระหว่างการนัดทำสัญญาซื้อ-ขายนั้น ผู้ขายไม่มีสิทธิในการไปเสนอขายให้คนอื่น ส่วนผู้ขายได้ประโยชน์ชดเชยกับการไม่นำบ้านหลังนั้นไปเสนอขายอีก ก็คือได้รับเงินล่วงหน้ามาจำนวนหนึ่ง หากผู้ซื้อที่วางเงินจองแล้วไม่มาทำสัญญาซื้อขายผู้ขายมีสิทธิในการยึดเงินดังกล่าว

การวางเงินจองบ้าน หลังการต่อรองราคาเรียบร้อยแล้วจึงเป็นเรื่องจำเป็น ก่อนที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น ๆ แม้ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ตลาดบ้านเป็นของผู้ซื้อก็เถอะ อย่าลืมว่าการเจรจาต่อรองราคาทุกครั้งเพิ่มทั้งข้อมูลและความรู้ความชำนาญให้ทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้เสนอขายนายหน้าหรือผู้ต้องการซื้อ

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ขายมืออาชีพ ย่อมสันทัดกรณีในการต่อรองมากกว่า เพราะผ่านงานมามากกว่า แต่สิ่งที่ผู้ซื้อจะมีมากกว่าผู้ขาย ก็คือ ตระหนักแน่ชัดถึงความต้องการและกำลังซื้อของตนที่มีอยู่ เมื่อแน่ใจในระดับราคาที่ต่อรองแล้วอย่าชักช้า ควรทำสัญญากันเลย โดยวางเงินสดจองหรือมัดจำไว้ก่อนพร้อมด้วยการทำสัญญาได้สิทธิการซื้อในระดับ ราคาที่ตกลงกัน เพื่อกันมิให้ผู้ขายปล่อยขายบ้านหลังนั้นให้กับบุคคลอื่น

ผู้ซื้อต้องไม่ลืมว่า การขายนั้นมีจังหวะเวลา ตัวอย่างคือ หากคนขายเป็นพนักงานขายที่ต้องดูแลยอดขายโดยรวม หรือเป้าขายรวม หากใกล้สิ้นเดือนหรือครบเดือนการคำนวณยอดขาย โอกาสที่จะลดราคาบ้านอีกหลังสองหลังเป็นพิเศษเพื่อทำยอดขายรวมให้ได้เกิดขึ้น การต่อรองราคาบ้านก็มีโอกาสได้ราคาที่ถูกลงอีกนิด

นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมเพื่อซื้อบ้าน นอกจากมีเงินในกระเป๋าเพื่อการต่อรองอย่างได้ดังใจแล้ว หากได้ ติดต่อขอทราบวงเงินกู้กับทางธนาคารไว้ล่วงหน้าก็จะช่วยให้มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น ทั้งนี้เพราะมีข้อมูลอยู่ในมือนั่นเอง เพราะสามารถวางแผนช่วงเวลาการกู้เงิน การเข้าอยู่อาศัยต่าง ๆ ได้ เพราะการแสดงความจริงใจที่จะซื้อเช่นนี้ มีส่วนช่วยให้ผู้ขายตัดสินใจได้ง่ายและเร็วขึ้น โดยทั่วไปการรับเงินเร็วขึ้นย่อมเป็นที่พอใจของผู้ขายอยู่แล้ว

ที่มา www.home.co.th/H5_home_data_detail.aspx?S_N_DATA_ID=5055


หลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อบ้านมือสอง

 หลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อบ้านมือสอง






ตรวจสอบความต้องการของคุณเอง ว่าสนใจบ้านประเภทใด
  1. ระบุทำเลที่ต้องการ
  2. ควรพิจารณาสภาพแวดล้อมบ้านนั้นๆ ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างไร มีสิ่งอำนวยความ สะดวกต่อชีวิตประจำวันหรือไม่ เช่น ใกล้โรงเรียน ศูนย์การค้า ตลาด โรงพยาบาล ฯลฯ เพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายในอนาคต
  3. พิจารณาตัวบ้าน ว่าสภาพเป็นอย่างไร ตรงกับความต้องการหรือไม่ เช่นความเรียบร้อย ของการ ก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า น้ำประปา มีส่วนไหนที่ต้องปรับปรุงซ่อมแซม เช่น หลังคา สีของบ้าน ตัวบ้านทรุดหรือไม่ น้ำท่วมหรือไม่ หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี ให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้หรือไม่ แล้วถ้าต้องซ่อมแซมเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง ใครคือผู้ รับผิดชอบ ผู้ซื้อหรือผู้ขาย
  4. พิจารณาพื้นที่ใช้สอยของบ้านทั้งภายในและภายนอกบ้าน ว่ามีเพียงพอหรือไม่ เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องครัว และที่จอดรถ
  5. พิจารณาชุมชน เพื่อนบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ว่าเป็นอย่างไร กรณีที่บ้านอยู่โครงการ จัดสรร ควรสอบถามเรื่องบริการชุมชนจากเพื่อนบ้าน ว่าเจ้าของโครงการหรืองานสา ธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นอย่างไร การดูแลรักษาสภาพโครงการสม่ำเสมอ และเหมาะสมหรือไม่
  6. ราคาของบ้านมือสองที่เสนอขาย รวมและไม่รวมอะไรบ้าง เช่น
    • ค่าธรรมเนียมโอนบ้าน อัตราพิเศษ 0.01% ของราคาบ้าน ซึ่งมีผลบังคับใช้ สิ้นสุด ธันวาคม 2545 และเริ่มเปลี่ยนเป็นอัตราเดิม 2% ในเดือนมกราคม 2546
    • ค่าภาษีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ปกติจะเป็นค่าใช้จ่ายของผู้ขาย
    • ภาษีธุรกิจเฉพาะ 0.11% ของราคาขาย หรือราคาประเมิน ซึ่งมีผลบังคับใช้ สิ้นสุด ธันวาคม 2545 และเริ่มเปลี่ยนเป็นอัตราเดิม 3.3% ในเดือนมกราคม 2546
    • ค่าอากรแสตมป์ 0.005% ของราคาขาย กรณีนั้นยกเว้น เมื่อผู้ขายเสียภาษีธุรกิจ เฉพาะ จะได้รับการยกเว้นค่าอากรแสตมป์
  7. กรณีที่คุณต้องการกู้ซื้อบ้าน ต้องเตรียมเรื่องขออนุมัติวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านด้วย 
ที่มา www.hometophit.com/hometh/list_manual_a_1_02.php


"การเลือกซื้อบ้านมือสอง"


    "การเลือกซื้อบ้านมือสอง"


แหล่งซื้อ บ้านมือสอง

แหล่งซื้อ บ้านมือสอง
ซื้อ บ้านมือสอง ผ่าน นายหน้าขายบ้าน
           ซื้อ บ้านมือสอง  ผ่านนายหน้าท่านจะได้รับการบริการเหนือกว่าการซื้อผ่านสถาบันอื่น ๆ  เช่น
 1. ความหลากหลายในรูปแบบของบ้าน  ทั้ง บ้านเดี่ยว  ทาวน์เฮาส์  คอนโดมิเนียม ฯลฯ
 2. เลือกหาบ้านได้ในแทบทุกถนน  ทุกทำเล  ทั้งในเมือง  นอกเมือง
 3. ราคาเทียบเท่า  ถูกกว่าราคาที่จะหาได้ในตลาดทั่วไป
 4. ได้บ้านสภาพดี  และคุ้มราคา  เพราะนายหน้าจะมีแหล่งสินทรัพ์ย์รอขายอยู่มากมาย
 5. ได้รับคำแนะนำ  ช่วยเหลือทั้งเรื่องของความคุ้มค่าในการซื้อ  เอกสาร  การเงิน  การโอน  โดยไม่ต้องเสียค่า    บริการใด ฯลฯ
 
     และเมื่อท่านได้ข้อสรุปแล้วว่าจะใช้บริการของ นายหน้าขายบ้าน  ท่านก็ควรรู้ว่า  นายหน้าในเมืองไทยนั้น มีหลายระดับ  ท่านจึงต้องใส่ใจเลือกกันนิดหน่อยว่า  ควรเป็นนายหน้าระดับไหน ท่านควรเลือก นายหน้าขายบ้านสังกัดบริษัท ที่มีมาตรฐาน เดี๋ยวนี้  เขามี สมาคมตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  คอยกำกับ ดูแลสมาชิกที่เป็นบริษัทตัวแทนนายหน้าขายบ้านกว่า 100 ราย  ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางที่ท่านสามารถใช้บริการในสังกัดสมาคมฯ ได้อย่างสบายใจ  ติดขัดสิ่งใด  ท่านยังสามารถร้องเรียนไปที่สมาคมฯได้
    ไม่ช้าไม่นาน  ท่านก็จะได้รับข้อมูลของบ้านหลายหลัง  ในทำเลที่มองหา  ท่านเลือกและขอให้นายหน้าพาไปดู  สำรวจบ้านทุกหลัง  เพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของบ้านแต่ละหลัง   เมื่อท่านเลือกบ้านได้ถูกใจแล้ว    ก็ต้องมีการเจรจา  ต่อรอง  เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด(สำหรับท่าน)  โดยท่านจะต่อรองเอง ห รือให้มืออาชีพ(ก็นายหน้านั้นละ)  ช่วยจัดการให้ก็ไม่เสียหาย
        ขั้นต่อมา  เป็นเรื่องที่ท่านต้องสำรวจตัวเอง  ว่าท่านตั้งใจที่จะซื้อเป็นเงินสดหรือจะซื้อผ่อนกับสถาบันการเงิน(ธนาคาร)  ถ้าเป็นเงินผ่อน  นายหน้าอาชีพจะแนะนำหรือช่วยเหลือเรื่องการขอวงเงินให้ท่าน
         จากนั้น   นายหน้า(มืออาชีพ)  ก็จะจัดเตรียมเอกสารการโอนทรัพย์  และนัดหมายทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  ตั้งแต่ตัวผู้ขาย(เจ้าของบ้าน)  พร้อมคู่สมรส(ถ้ามือ) ธนาคารของท่านและของผู้ขาย ฯลฯ  ไปทำการโอนบ้าน(หรือทรัพย์สินอื่น ๆ  ที่ซื้อขายกัน)  ที่กรมที่ดิน  ชำระค่าธรรมเนียมโอน  ค่าภาษีอากร  (และอื่น ๆ)  แล้วก็เสร็จพิธี  ท่านก็รับโฉนด(ตัวจริง)  กลับบ้าน(ใหม่)ได้
 ซื้อ บ้านมือสอง จากสถาบันการเงิน
   ทรัพย์สินของสถาบันการเงินต่าง ๆ  มีมากมายให้ท่านเลือกแต่ทรัพย์าสินที่ว่านั้นท่านต้องเลือกดี ๆ  ทำเล  ราคา  สภาพของบ้านดีไหม  หรือมีคนอยู่ในบ้าน(ไล่แล้วไม่ยอมไป)เป็นต้น
 เมื่อท่านเริ่มสนใจทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งต้องไปดูแลก่อนทุกครั้งไม่ต้องรีบตัดสินใจโดยให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินนั้น ๆ  พาไปชมทรัพย์  อย่าลืมสำรวจบ้านให้ละเอียดตามแบบสำรวจที่ให้มา

 ทรัพย์สินของสถาบันการเงิน  ส่วนใหญ่จะต้องมีการซ่อมแซม  ดังนั้นหากจะตัดสินใจซื้อควรนำผู้รับเหมาไปด้วยเพื่อประมาณราคาซ่อมแซม  แล้วค่อยตัดสินใจ  ราคาเมื่อซื้อไปแล้วเป็นราคาตลาดหรือเปล่า  แพงหรือถูกหรือเปล่า  เพื่อให้แน่ใจว่าราคาตรงกับราคาตลาดไหม  วิธีง่าย ๆ  เช็คจากบริษัทนายหน้า  บริษัทประเมินราคาทรัพย์สิน  สื่อต่าง ๆ   และเว็บไซต์ ต่างๆ 
 ในกรณีเป็นที่ดินเปล่า  ให้เช็คถนนว่าเป็นถนนสาธารณะหรือเปล่า  ถ้าไม่ระบุในโฉนด  ให้ประเมินไว้ก่อนว่าที่ดินนั้นตาบอดหรือไม่  วิธีการตรวจสอบให้ไปกรมที่ดินนั้น ๆ  แล้วถ่ายแผนระวางจากนั้นเจ้าหน้าที่ดินจะช่วยตรวจสอบให้  หรือสำนักเขตในพื้นที่นั้น ๆ
   ปัญหาของราคาที่เสนอซื้อจากสถาบันการเงิน  ราคาคาอาจจะไม่ค่อยลงกันซักเท่าไร  แต่ก็นั้นละสถาบันการเงินก็มีต้นทุนเช่นกัน  อย่าไปต่อเขามาก  ให้ประเมินจากความต้องการของท่านดีกว่าถึงแม้ว่ามันจะแพงไปนิด
ซื้อ บ้านมือสอง จากบุคคลที่เป็น NPLหรือบุคคลทั่วไป(NPL=บุคคลที่มีปัญหาหนี้ค้างชำระกับธนาคาร)
      ในกรณีนี้ควรระวังเป็นอย่างยิ่ง  แล้วจะรู้ได้อย่างไร  อาจจะดูยากนิดนึง  เพราะบุคคลเหล่านี้จะไม่ยอมบอกแม้กระทั้งนายหน้ามืออาชีพก็ไม่รู้  จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีการอายัดทรัพย์  ณ สำนักงานที่ดิน  (มีใบแดง/ใบอายัดทรัพย์แนบในเอกสารสำนักงานที่ดิน)

      ในกรณีนี้นายหน้าขายบ้านอาชีพ  จะทำตัวเป็นนักสืบโดยหาคำตอบให้ได้ว่าเป็นหนี้ธนาคารเท่าไหร่  ไถ่ถอนให้ธนาคารแล้วเหลือเท่าไหร่  (เรื่องนี้สำคัญ)  ที่พูดถึงกรณีนี้เคยมีปัญหามาแล้ว  ผู้ขายเป็น NPL รับเงินมัดจำจะซื้อแล้วให้ทำดังนี้
 1.  เช็คยอดที่จะต้องไถ่ถอนจำนองที่จดจำนองหรือฝากขาย  ให้ทำแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายธนาคารระบุชื่อธนาคารที่จดจำนองนั้นเลย
 2.  ให้ธนาคารออกใบยืนยันยอดชำระที่จะต้องชำระค่าไถ่ถอน(ทำได้)
 3.  วางมัดจำไม่ต้องมากโดยขอความร่วมมือจากผู้ขายติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารคนไหน  อย่างไร
 4.  ผู้ซื้อตรวจสอบยอดหนี้ด้วยตัวเอง
 5.  ไปโอนและไม่ต้องวางเงินมัดจำ
  บุคคลทั่วไปที่ไม่เป็น NPL
 ในกรณีที่ผู้ขายอาจจะจดจำนองธนาคารอยู่หรือไม่เป็นหนี้ใคร เป็นเรื่องปกติบ้านขายโดยทั่วไปส่วนใหญ่ก็เป็นหนี้ธนาคารกันทั้งนั้น  วิธีการอาจจะใช้วิธีเดียวกับข้างบน  แต่ขอเตือนการำทำสัญญาจะซื้อขายให้ทำกับเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น  ถ้าหากมีบุคคลอ้างตัวว่าเป็นญาติ, ลูกหลานหรือป็นอะไรก็แล้วแต่  ขอดูใบมอบอำนาจก่อน  แล้วจะรู้ได้อย่างไร
 1.  ดูจากสารบัญโฉนดทีดินจะระบุเจ้าของกรรมสิทธิ์ชัดเจน
 2.  ดูจากหนังสือสัญญาขายที่ดินจะมีลายเซ็นอยู่ก็เอามาเปรียบเทียบ  แต่หากว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์มอบอำนาจให้คนอื่นมาเมื่อครั้งก่อนก็จะมีลายเซ็นเขา
 3.  บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้านตรงกับใบมอบหรือเปล่า
 4.  ทำแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าของกรรมสิทธิ์  ห้ามจ่ายเป็นเงินสด  หรือสั่งจ่ายให้บุคคลอื่นเด็ดขาด
ซื้อ บ้านมือสอง จากกรมบังคับคดี
 บ้านมือสอง จาก กรมบังคับคดี มีมากจริง ๆ  เลือกดี ๆ  และค่อย ๆ  เลือกเพราะว่าส่วนใหญ่ทรัพย์ต้องซ่อมแซมกันพอสมควร  แถมต้องไปดูทรัพย์ใช้แผนที่ของกรมบังคับคดีในกรณีบ้านหมู่บ้านหาไม่ค่อยยากเท่าไร  ถ้าเป็นที่ดินและก้อ โอโฮ้.........  แต่ก็ไม่ใช่ทุกแปลง
 ทรัพย์ของกรมบังคับคดีจะระบุเลขที่โฉนดชัดเจน  ทิศไหนติดที่ดินแปลงไหนถ้าหาไม่เจอเจ้าหน้าที่ที่ดินช่วยคุณได้

       ข้อดีและดีมาก ๆ  คือทรัพย์ของกรมบังคับราคาถูกหากไม่มีใครขึ้นราคา  การซื้อทรัพย์ของกรมบังคับคดี  "ต้องดูของจริงมินฉะนั้นท่านจะเสียใจ"
      ข้อควรระวังในการซื้อทรัพย์  ในกรณี  คอนโดมิเนียม  เห็นว่าราคาถูกเลยตามไปซื้อหารู้ไม่ว่าค้างค่าส่วนกลางบ้าน  การซื้อคอนโดมิเนียมทางกรมบังคับคดีจะไม่แจ้งตัวเลขค้างชำระค่าส่วนกลาง  ณ  วันโอนกรรมสิทธิ์  แต่ปัจจุบันบางครั้งเขาก็จะแจ้งนะ  ไม่รู้แล้วแต่อารมณ์หรือเปล่า  ว่าไปแล้วไม่ใช่หน้าที่ของเขา  กลับว่าเป็นหน้าที่ของเราต่างหากที่ต้องตรวจสอบ
 กรมบังคับคดีเป็นหน่วยงานราชการ  ที่ใครต้องการประมูลทรัพย์ของเขา  ไปอ่านกฎระเบียบให้ดีก่อน  ก่อนลงมือ  โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์  
www.led.go.th  โทร. 02-881-4999
ที่มา:บ้านมือสอง  ธนาคารอาคารสงเคราะห์


ซื้อบ้านใหม่หรือ บ้านมือสอง ดี


ซื้อบ้านใหม่หรือ บ้านมือสอง ดี article
บ้านใหม่  VS  บ้านมือสอง
         การลงทุนในบ้านและที่ดิน    นอกจากจะต้องตัดสินใจเลือกประเภทบ้านที่ใช้ในการลงทุนแล้ว ยังต้องตัดสินใจอีกว่า จะเลือกลงทุนในบ้านใหมหรือ บ้านมือสอง ดี  ซึ่งทางเหลือในแต่ละลักษณะมีจุดเด่นและจุดด้อยในการลงทุนแตกต่างกัน  ดังนั้นจึงต้องเลือกให้สอดคล้องกับแผนการลงุทนของแต่ละบุคคล
            การซื้อ บ้านมือสอง จัดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทางหนึ่งในการลงทุน  ซึ่งการซื้อ บ้านมือสอง  อาจมีเหตุผลดังนี้
            -   บ้านมือสอง ไม่ต้องการปลูกสร้างเอง  เพราะต้องการที่อยู่อาศัยเร่งด่วน  ไม่มีเวลาที่จะรอการปลูกสร้างได้  เกรงจะประสบปัญหาต่างๆ  ในขบวนการปลูกสร้างและปลูกบ้านใหม่อาจจะมีราคาแพงกว่าการซื้อ บ้านมือสอง
            -  ไม่ต้องการซื้อบ้านจัดสรร  เนื่องจากกำลังการซื้อไม่เพียงพอ  หรือไม่ชอบระบบการซื้อแบบผ่อนส่ง
            -  อาจจะชอบทำเลที่ตั้งของ บ้านมือสอง ที่จะซื้อ
            -  ชอบลักษณะรูปแบบของ บ้านมือสอง  ในกรณีนี้ บ้านมือสอง นั้นอาจจะเป็นเรือนไทยที่ถูกต้องตามลักษณะโบราณจริง ๆ  ซึ่งอาจเป็นเรือนไทย  หลังคาสูง  จั่วแหลมหรือเรือนไทยลักษณะรัชกาลที่ 5  หรือรัชกาลที่ 6  ซึ่งก็เป็นรูปแบบเฉพาะ  เช่น หลังคาปั้นหยา  ช่องลมฉลุ  เป็นต้น  สำหรับผู้ที่จะซื้อ บ้านมือสอง ในลักษณะที่กล่าวนี้  มักเป็นผู้อนุรักษ์นิยมชื่นชมของเก่าที่หายาก
            อย่างไรก็ดี  การที่จะพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างบ้านใหม่และ บ้านมือสอง ว่าควรซื้อแบบไหนดีนั้น  ไม่อาจตอบได้ชัดว่าอย่างใดจะดีกว่ากัน  เพราะแต่ละกรณี  มีข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบที่แตกต่างกัน  สำหรับปัจจัยที่ผู้ซื้อน่าจะนำมาใช้พิจารณาเปรียบเทียบคุณลักษณะเด่นระหว่างบ้านใหม่และ บ้านมือสอง มีดังต่อไปนี้
 
คุณลักษณะเด่นของการซื้อบ้านใหม่

            1.บ้านใหม่จะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งใหม่ทั้งหมด  ซึ่งอยู่ในสภาพดี  ไม่ต้องเสียค่าซ่อมแซมอีกเป็นระยะเวลานาน  ดังนั้นบ้านใหม่จึงมักสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยได้มากกว่า
            2.  บ้านใหม่มักจะมีการออกแบบและใช้วัสดุก่อสร้าง  ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ  ที่ทันสมัยกว่า  ซึ่งทำให้มีโอกาสใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่า  และระยะเวลาการเสื่อมสภาพที่ยาวนานกว่า
            3.  บ้านใหม่จะให้โอกาสแก่ผู้เริ่มเข้าอยู่อาศัยเป็นครั้งแรก  ในการที่จะจัดการตกแต่งบ้านได้ง่าย  และทำให้สะดวกกว่า
คุณลักษณะเด่นของการซื้อ บ้านมือสอง
            1.  บ้านมือสอง มักจะมีการก่อสร้างที่ประณีต  แข็งแรงทนทานดีกว่าบ้านใหม่ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่ทำด้วยไม้หรือปูนก็ตาม
            2.  บ้านมือสอง มักจะมีทำเลที่ตั้งดีกว่าบ้านใหม่ ๆ  เนื่องจาก บ้านมือสอง  มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ที่ดินราคาไม่แพงมากนัก  สภาพแวดล้อมของ บ้านมือสอง จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมมูลกว่า
            3. บ้านมือสอง มักจะมีอุปปกรณ์บางอย่างที่ติดอยู่กับตัวบ้านให้แล้ว  ซึ่งเจ้าของเดิมได้ทำไว้  จึงไม่ต้องไปจัดหาใหม่  และถ้ามีการคิดราคาสิ่งของเหล่านั้นก็จะได้ราคาถูกกว่าราคาตลาดมาก
            4.  บ้านในโครงการสร้างใหม่  มักจะมีสาธารณะประโภคสาธารณูปการยังไม่พร้อมสมบูรณ์  บางครั้งต้องรอให้มีการก่อสร้างต่อในเฟสสอง  เฟสสาม  ทำสภาพแวดล้อมในชุมชนไม่ดีนัก  ตรงข้ามกับ บ้านมือสอง ชุมชนจัดสรรที่สร้างเสร็จเรียบร้อนมานานพอสมควรแล้วเช่น  3-4  ปี  ชุมชนเหล่านี้จะค่อนข้างมีสภาพแวดล้อมที่ดีและสมบูรณ์
            5.  สามารถรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสภาพแวดล้อมทางสังคม  เพื่อนบ้านเรือนเคียงและผู้อยู่อาศัยในชุมชนว่าเขาเป็นใคร  เป็นคนกลุ่มไหน  สำหรับการซื้อบ้านใหม่ในโครงการจัดสรรผู้ซื้อมักจะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ซื้อบ้านที่ติดกับตน   แต่บ้านมือสอง  ผู้ซื้อสามารถสอบถามทำความรู้จักกับผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงได้    เพื่อหยั่งรู้ถึงอาชีพการงาน  รสนิยม  อัธยาศัยไมตรี  ว่าเป็นประการใด  สามารถจะพึ่งพาอาศัย  เกื้อกูลกันได้หรือไม่  หรือเมื่ออยู่ใกล้กันแล้วจะมีโอกาสเกิดปัญหากระทบกระทั่งกันได้หรือไม่  ในบางครั้งผู้ซื้อพบว่ามีผู้ขาย บ้านมือสอง  ที่อยู่ใกล้กับญาติพี่น้อง  หรือเพื่อนสนิทมิตรสหายที่อยู่อาศัยมาก่อน  ก็จะเป็นเงื่อนไขบวกประการหนึ่งในการตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง 
ข้อแนะนำในการซื้อ บ้านมือสอง
            ข้อสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อ บ้านมือสอง  นอกจากจะเปรียบเทียบคุณลักษณะเด่นดังกล่าวมาแล้ว  ก็ควรจะพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดด้านอื่น  ๆ  อีก  ได้แก่
            1.  ดูสภาพของ บ้านมือสอง อายุบ้าน  ดูว่าปลูกมานานกี่ปีแล้ว  อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง  ๆ  เช่น  เครื่องสุขภัณฑ์  หลอดไฟตามดวงโคมต่าง  ๆ  ชำรุดเสียหายบ้างหรือเปล่า  สายไฟฟ้าเสื่อมสภาพแล้วหรือยัง  น้ำปะปาขึ้นสนิมหรือแตกรั่วบ้างหรือไม่  หากลักษณะโครงสร้างเก่าแก่ไม่แข็งแรงและจะต้องซ่อมแซมอีกมากแล้ว  จะทำเกิดปัญหาหนักในเรื่องค่าใช้จ่าย  ด้วยเหตุนี้ลักษณะสภาพ บ้านมือสอง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องให้ความสำคัญในการพิจารณาตัดสินใจซื้อตามปกติแล้ว บ้านมือสอง จะมีการเสื่อมราคาตามระยะเวลายิ่งถ้าสภาพแวดล้อมเป็นทำเลที่มีแหล่าชุมชนแออัดเกิดขึ้น  ราคาของ  บ้านมือสอง จะตกลงอย่างรวดเร็ว  ฉะนั้นหากจะลงทุนเลือกซื้อ บ้านมือสอง  ควรหาแหล่งที่คิดว่าจะยังคงเจริญต่อไปในภายหน้า
            2.  ควรพิจารณาสภาพแวดล้อม บ้านมือสอง นั้น  ๆ  ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างไร  มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อชีวิตประจำวันหรือไม่  เช่น  ใกล้โรงเรียน  ศูนย์การค้า  ตลาด  โรงพยาบาล  ฯลฯ  เพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายในอนาคต
            3.  กรณีที่จะซื้อบ้านที่ดินพร้อมบ้านจัดสรร  ทาวน์เฮาส์  หรืออาคารพาณิชย์  ควรตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่า  ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของโครงการ  ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารแล้วหรือไม่  โดยตรวจสอบได้จากกรมโยธาการ  หรือสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร  หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด  แล้วแต่กรณี 
            4.  พิจารณาชุมชน  โดยพิจารณาเพื่อนบ้านที่อยู่บริเวณไกล้เคียงว่าเป็นอย่างไร  กรณีที่บ้านอยู่ในโครงการจัดสรร  ควรสอบถามเรื่องบริการชุมชนจากเพื่อนบ้าน  ว่างานสาธารณูปโภคตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นอย่างไร  การดูแลรักษาสภาพโครงการสม่ำเสมอ  และเหมาะสมหรือไม่
            5.  ราคาของ บ้านมือสอง ที่เสนอขาย  รวมและไม่รวมอะไรบ้าง  เช่นค่าธรรมเนียมโอนบ้าน  ค่าภาษีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์  (ปกติจะเป็นค่าใช้จ่ายของผู้ขาย)  ภาษีธุรกิจเฉพาะ  และค่าอากรแสตมป์
            6.  กรณีที่คุณต้องการกู้ซื้อ บ้านมือสอง ต้องเตรียมเรื่องขออนุมัติขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านด้วย
            7.  ตรวจซ้ำกับการเวนคืน  แม้ว่าจะอุ่นใจได้ว่ากว่าจะกว่าจะสร้างจนบ้านเสร็จให้เห็นมีการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว  แต่ไม่ควรประมาท  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่อยู่ในทำเลล่อแหลม  เช่น  ใกล้สามแยก  เป็นต้น  บ่อยครั้งที่เจ้าของบ้านเดิมระแคะระคายเรื่องเกี่ยวกับการเวนคืน  เลยพยายามย่องถ่ายทรัพย์สินของตนเอง  ก่อนที่จะมีกฎหมายห้ามการขายและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน
            8.  ตรวจสอบว่า  ผู้ที่จะขาย บ้านมือสอง นั้นมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยนั้นจริงหรือไม่  หมายถึงการมีชื่อเป็นเจ้าของ  หากเป็นการมอบหมายอำนาจต้องดูให้ละเอียด  เช่น  กรณีการซื้อจากบริษัทนายหน้าขาย บ้านมือสอง
            9.  ตรวจข้อมูลเกี่ยวกับการจำนองหรือการเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น ๆ  โดยทั่วไปแล้วการซื้อ บ้านมือสอง ที่ติดจำนองจะต้องผ่านกระบวนการไถ่ถอนการจำนองมาก่อน  และค่อยโอนกรรมสิทธิ์กัน  ขั้นตอนเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการคุยรายละเอียดกันตั้งแต่เริ่มแรก  โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางด้านนี้  การดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่ขั้นตอนการตกลงซื้อขายจะช่วยให้ไม่ต้องเผชิญปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการโอนสิทธิและอื่น ๆ
            10.  สำหรับอาคารชุดจำเป็นต้องขอดูเอกสารการจดทะเบียนอาคารชุดนิติบุคคลอาคารชุดและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ  ตลอดจนรายการทรัพย์สินส่วนกลางและการบริการต่าง ๆ  รวมทั้งค่าใช้จ่ายส่วนกลางอย่างละเอียด  เพราะจะได้เป็นการเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ  ในการที่จะต้องเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการบริหารอาคารชุดในอนาคต
            11.  การตรวจสอบสัญญาจะซื้อขายยังมีความจำเป็นแม้ว่าสัญญามาตฐานจะมีการใช้กันมากขึ้นแล้วก็ตาม  นอกจากนี้  ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์  ภาษี  และอื่น ๆ  จะต้องมีการตกลงไว้ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร  และควรจะเก็บสัญญาจะซื้อจะขายเอาไว้ด้วย  แม้ว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์กันแล้วก็ตามที  เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง
            12.  ตรวจสอบและเก็บเอกสารต่าง ๆ  ที่เป็นส่วนประกอบของสัญญาเอาไว้  ไม่ว่าจะซื้อจากบริษัทเจ้าของโครงการโดยตรงหรือซื้อต่อจากบุคคลอื่นก็ตาม  ทั้งนี้เพราะเอกสารเหล่านี้มีผลทางกฎหมายในการบังคับให้เจ้าของจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงหรืสัญญาที่เคยระบุไว้
อนุชา กุลวิสุทธิ์ : ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แบบมืออาชีพ


เลือกทำเล บ้านมือสอง

เลือกทำเล บ้านมือสอง article

1. ควรเลือกทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวก  คล่องตัว  หรือมีทางเลือกในการเดินทาง     ได้หลายรูปแบบ  ทีเส้นทาง เชื่อมต่อกับถนนสายอื่นๆ  หลายเส้นทาง
2. หากไม่ต้องการให้บ้านมีเสียงรบกวน  อันเนื่องมาจากการจราจรวุ่นวาย  ก็ควรหลีกเลี่ยงการเลือกบ้านที่อยู่ใกล้ถนนเมนของโครงการ  ที่มีจุดตัดกับแยกต่างๆ  ซึ่ง   รถที่ผ่านไปมาจะส่งเสียงดังตลอดเวลา
3. ไม่ควรเลือกทำเลบ้านที่อยู่ก้นซอยตัน  ไม่มีที่กลับรถหรือซอยแคบเกินไป  การเข้าออก  ไม่สะดวก  หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น
4. หลีกเลี่ยงบ้านที่อยู่ใกล้กับร้านค้า  ร้านอาหาร  หรืออาจจะมีผลกระทบในเรื่องที่จอดรถ  หรือความสงบในการอยู่อาศัย
5. พยายามห่างไกลทำเลที่อยู่ใกล้กับจุดทิ้งขยะของหมู่บ้าน   หรือบ่อบำบัดน้ำเสีย  เพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นรบกวน


การเลือก บ้านมือสอง


ข้อแนะนำในการเลือกซื้อ บ้านมือสอง
การเลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่ดีนั้น เน้นคุณสมบัติ  3  ประการ  คือ ราคาถูกเพื่อนบ้านดี  ทำเลเด่น
1.ดูทำเล บ้านมือสอง  เน้นพื้นที่ในย่านที่กำลังมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือฟื้นฟูจากสภาพไม่น่าอยู่ 
    
2.สำรวจสภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้านโดยเข้าไปพูดคุยสำรวจสอบถามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในสภาพแวดล้อมควรเน้นเลือกแหล่งที่ยังคงเจริญต่อไป  และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อชีวิตประจำวัน  เช่น  ใกล้โรงเรียน  ศูนย์การค้า  ตลาด  และโรงพยาบาล  ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าน้ำจะต้องไม่ท่วมและไม่มีมลภาวะทางกลิ่น  แสง  และเสียง

3.สภาพ บ้านมือสอง  เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ  เพราะมูลค่า บ้านมือสอง นอกจากจะขึ้นอยู่กับความต้องการและปริมาณสินค้าในตลาดแล้วยังขึ้นอยู่กับลักษณะตัว บ้านมือสอง เองด้วย  ให้ท่านสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินด้วยตัวเอง  เช่น  ตรวจดูขนาดทรัพย์สินว่าเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์หรือเปล่า  สภาพทรัพย์สิน  การปรับปรุงทรัพย์สิน  และการจัดการทรัพย์สิน
                      
4.ซื้อ บ้านมือสอง ที่ราคาค่าเช่าต่ำกว่าราคาเช่าในท้องตลาด  เพราะเราสามารถเพิ่มค่าเช่าได้

5.เลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่มีเงื่อนไขเงินกู้สนับสนุน  เช่น  อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด  หรืออัตราดอกเบี้ย  0%  เพราะผลประโยชน์เหล่านี้คือส่วนลดจากราคาซื้อ บ้านมือสอง นั่นเอง

6.สอบถามเรื่องบริการชุมชนจากเพื่อนว่างานสารธาณูปโภคตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นอย่างไร  การดูแลรักษาสภาพโครงการสม่ำเสมอ  และเหมาะสมหรือไม่

7.ตรวจข้อมูลเกี่ยวกับการจำนอง บ้านมือสอง  เดิมกับสถาบันการเงินให้ชัดเจนรวมถึงภารผูกพันและสัญญาเช่าเดิมที่มีอยู่กับผู้อาศัยในปัจจุบันเพระผู้ซื้ออาจมีปัญหาการส่งค่างวด  หรือค่าบริหารทรัพย์สินส่วนกลางต้องคุยรายละเอียดในเงื่อนไขเหล่านี้ให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

8.ต้องคุยเรื่องค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอน บ้านมือสอง ที่จะซื้อ  และภาษีให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับภาระ

9.เปรียบเทียบกับราคาประเมินบ้านที่มีอยู่แล้ว  เช่น  ราคาซื้อขาย บ้านมือสอง ที่คล้ายคลึงในบริเวณที่ใกล้เคียง  ราคาประเมินของกรมที่ดิน  ของธนาคาร  และบริษัทประเมิน

10.ต่อรองราคาให้ราคาต่ำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  การต่อรองราคาถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องใช้เสมอ  ก่อนที่จะทำสัญญาซื้อขายขั้นสุดท้าย  ให้ระลึกไว้เสมอว่าเงินทุกบาทที่ท่านต่อรองซื้อได้ต่ำกว่าราคาเสนอขาย  นั่นหมายถึงกำไรที่จะตกมาถึงท่านในที่สุดนั่นเอง

11.ตรวจสอบและขอหลักฐานเก่าๆ  ที่เป็นส่วนประกอบของสัญญาเดิมเอาไว้  เพราะเอกสารเหล่านี้มีผลในการบังคับให้เจ้าของโครงการต้องปฏิบัติตามที่ตกลงหรือสัญญาที่เคยระบุไว้

12.การใช้บริการของบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  จัดเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเลือกซื้อ บ้านมือสอง อย่างชาญฉลาดทางหนึ่ง  เพราะเป็นช่องทางที่ทำให้มี บ้านมือสอง มาให้เลือกมากขึ้น  และยังมีโอกาสให้มีคำแนะนำและการช่วยเหลือในด้านต่างฯ  ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ บ้านมือสอง ด้วย  เช่น  การพาไปดูบ้าน  การติดต่อสถาบันการเงิน  การหาราคาประเมิน  ซึ่งบริการเหล่านี้มักไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  หรือหากเสียก็น้อยมาก
อนุชา กุลวิสุทธิ์ : ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แบบมืออาชีพ


Twitter Delicious Facebook Digg Favorites More